Monday, December 4, 2023

หากวันนี้คุณกำลังท้อแท้ กรุณาอ่านบทความนี้ !

 

ท้อมีไว้ให้ลิงถือ


ยากนะ ที่จะนิยามคำว่าท้อแท้ออกมาเป็นคำพูดสักหนึ่งคำ บางคนท้อเรื่องความรัก บางคนท้อเรื่องการเรียน บางคนท้อเรื่องฐานะการเงิน บางคนท้อเรื่องสุขภาพ และยังมีอีกหลายท้อ 

วันนี้ผมนำภาพลูกท้อขึ้นมา 1 ภาพ แทนความรู้สึกท้อแท้ ความรู้สึกนี้หากเกิดกับใครย่อมหมายถึงว่า เค้าคนนั้นกำลังหมดแรงกับสิ่งนั้น ๆ 

เอาล่ะผมจะพยายามปลุกคุณขึ้นมากจากความท้อแท้ ด้วยการไม่เจาะจงว่าคุณกำลังท้อแท้กับเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นพิเศษ ผมกำลังนำทางคุณไปสู่ประตูทางออกจากความท้อแท้นี้ เพียงคุณหลับตาลง (เดี๋ยว ๆ ลืมตาก่อน คุณต้องอ่านสินะ) 

ผมมีเรื่องนึงจะเล่าให้คุณฟัง กรุณาปล่อยใจให้สบาย ไม่ต้องสงสัย ไม่ต้องตั้งคำถาม แค่ปล่อยใจไปกับเรื่องราวนี้ แล้วคิดทบทวนดู

                ชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่ที่ชานชลารอรถไฟเพื่อกลับบ้านเกิดทางภาคเหนือหลังจากมาผจญภัยในเมืองใหญ่ร่วมห้าสิบปี เขาสวมเสื้อผ้าเก่า ๆ พร้อมกระเป๋าย่าม 1 ใบที่ภายในมีเพียงซองใบจากและยาเส้น กับไม้ขีดไฟกล่องหนึ่งเท่านั้น หลังจากการเดินทางมาค่อนชีวิต เขานั่งคิดทบทวน

วันนี้เค้ามีเงินเพียงพอค่ารถไฟกลับบ้านเกิดและอาหารเพียงนิดหน่อยเท่านั้น สุขภาพก็ย่ำแย่ร่างกายอ่อนแอเพราะทำงานหนักมาค่อนชีวิต ทำไม? ทำไม? ทำไม? คำถามมากมายเกิดขึ้นในหัว

หนุ่มสาวคู่หนึ่ง อ้มลูกน้อยวัยไม่ถึง 6 เดือน เดินผ่านมาหยุดตรงด้านหน้า ทำให้ชายชราหวนคิดไปว่า เมื่อตอนสมัยเด็ก บ้านเกิดของเขานั้นลำบากมาก บ้านบนดอยไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปา อาหารที่ดีที่สุดอยู่ที่โรงเรียนตอนมื้อกลางวัน ซึ่งกว่าจะกลับถึงบ้านก็หิวอีกแล้ว เพราะระยะทางจากบ้านและโรงเรียนไกลมาก เขาจึงขวนขวายส่งตัวเองมาทำงานต่างบ้านต่างเมืองตั้งแต่เรียนจบแค่ ป.4 หาเงินได้เท่าไหร่ก็ส่งกลับมาที่บ้าน ให้น้อง ๆ และพ่อกับแม่ได้ใช้ หลังจากทำงานกับเถ้าแก่ร้านอาหารตั้งแต่ตัวน้อย ๆ จนเข้าสู่วัยหนุ่ม เค้าก็สามารถเก็บเงินซื้อบ้านและที่ดินในเมืองให้พ่อกับแม่ได้อยู่อาศัย น้อง ๆ ก็แยกย้ายกันออกไปตามทางของแต่ละคน แต่ก็ยังมีวันรวมญาติ กลับมาพบหน้ากันปีละครั้ง

ครั้นเมื่อเขาเข้าสู่วัยหนุ่ม ก็ได้พบรักกับหญิงสาวลูกจ้างร้านขายอะไหล่เชียงกง ไปมาหาสู่กันหลายปี แต่ก็ไม่สมหวังในความรักเพราะพ่อแม่ของเธอบังคับให้เธอกลับบ้านทางอีสาน เพื่อไปแต่งงานกับผู้ชายในหมู่บ้าน 

ชายชรานั่งนึกถึงความหลัง พร้อมทอดถอนใจ มือล้วงเข้าไปในย่ามหยิบยาสูบขึ้นมาพลันนึกขึ้นได้ว่า สถานที่แห่งนี้ไม่อนุญาตให้สูบบุรี่ จึงวางกลับที่เดิม

กาลเวลาผ่านไปปีแล้วปีเล่า จากวัยหนุ่มขึ้นเป็นวัยผู้ใหญ่ หลังจากดูแลรับใช้เถ้าแก่จากเด็กรับใช้ในร้านอาหาร ขยับไปเป็นคนซื้อวัตถุดิบ ขยับเข้าไปเป็นผู้ช่วยพ่อครัว จนได้เป็นพ่อครัวใหญ่ วันหนึ่งเค้าตัดสินใจอยากจะเปิดร้านอาหารเองขึ้นมา หลังจากเถ้าแก่ไม่อยู่แล้ว แต่ลูกชายของเถ้าแก่ก็บ่นเสียดายเพราะอยู่กันมานาน

หลังจากออกมาทำธุรกิจของตัวเอง ชายชราเริ่มต้นจากรถเข็นขายอาาหารจีน กระเพาะปลา หูฉลาม อาศัยเส้นสายเก่า ๆ สมัยเดินสายซื้อวัตถุดิบ ก็ได้ของดีมาทำขายในราคาไม่แพงเกินไปนัก บางครั้งก็ติดโป้งไว้ก่อนขายได้แล้วค่อยเอาเงินมาจ่าย ในทำเลดี ๆ ริมถนนเยาวราช กิจการของชายชราดำเนินไปได้ด้วยดีจากการบอกปากต่อปากของลูกค้า ชายชราเริ่มเก็บเงินได้เป็นจำนวนมาก

ในขณะที่กิจการกำลังไปได้สวย ชายชราเริ่มคิดถึงการขยายร้านค้า ประจวบเหมาะกับที่บริเวณนั้นมีห้องแถวว่างให้เช่าพอดี ชายชราวัยหนุ่มจึงรวบรวมเงินทั้งหมด เช่าห้องแถว เพื่อหวังมีหน้าร้านสำหรับขายอาหารจีน กิจการเริ่มดีต่อเนื่อง ชายชราวัยหนุ่มเริ่มเก็บเงินได้เป็นกอบเป็นกำ แต่อนิจจา หลังสร้างชื่อเสียงให้ร้านได้เพียง 3 ปี กิจการดีวันดีคืน เจ้าของห้องเช่า ไม่ต่อสัญญา แถมบังคับออกภายใน 3 วัน เท่านั้นยังไม่พอ ยังสวมรอยชื่อร้าน เปิดกิจการต่อหน้าตาเฉย ยึดธุรกิจไปต่อหน้าต่อตา

ชายชราวัยหนุ่มใหญ่ อายุ 35 ปีกำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ดี แต่โชคชะตากลับเล่นตลก ด้วยความสามารถในการปรุงอาหารและการเลือกสรรวัตถุดิบ อันเป็นพรแสวงมาตั้งแต่สมัยเป็นลูกจ้างเถ้าแก่ร้านอาหาร กดกลืนความเสียใจลงสู่ซอกหลืบแห่งห้วงหัวใจอันสุดหยั่ง ลากรถเข็นคู่ใจกลับมาบุกตลาดอีกครั้ง เงินเก็บที่มีนั้นเพียงพอให้ชายชราวัยหนุ่มใหญ่ ใช้ชีวิตโดยไม่ต้องทำงานไปอีก 2-3 ปีได้สบาย ๆ แต่ ทำไมล่ะ ในเมื่อโชคชะตากลั่นแกล้ง เดี๋ยวเราจะแสดงให้ดู ชายชราวัยหนุ่มใหญ่พูดพร้อมเงยหน้ามองท้องฟ้า เหมือนกำลังมองดูหน้าไอ้คนใจร้ายที่เป็นต้นตอแห่งโชคชะตาอันเลวร้ายของตน

หลังตรากตรำเข็นรถเข็นขายอาหารจีน (เหมือนเดิม) อยู่ได้อีก 5 ปี ระหว่างนี้ชายชราวัยหนุ่มใหญ่ก็ได้สร้างครอบครัวเล็ก ๆ อันประกอบด้วย ภรรยาสาวสวย พร้อมลูกชายและลูกสาวอีก 2 คน ในระหว่างที่ครอบครัวกำลังมีความสุข ร้านอาหารริมถนนก็ดี ภรรยาก็ดี ลูกก็เป็นเด็กดี ทันใดนั้น เจ้าแห่งโชคชะตาก็แวะเวียนกลับมาอีกครั้งในรูปแบบของ จนท.เทศกิจ "น้าครับ ต่อไปนี้ทางเขต ไม่อนุญาตให้ทำมาหารับประทานบนทางเท้าแล้วนะครับ วันนี้วันสุดท้ายพรุ่งนี้ คำสั่งมีผลแล้วครับ" ชายชราวหนุ่มใหญ่วัย 40 หูอื้อตาลาย หันไปมองหน้าลูกและเมีย ก่อนหันไปดูร้านเก่าที่ถูกฮุบไปหน้าด้าน ๆ อีกฝั่งของถนน เจ้าของร้านขับรถยุโรปคันใหญ่มาจอดหน้าร้าน ตะโกนเรียกลูกน้องมาสั่ง 2-3 คำแล้วก็ขับออกไป ชายชราหนุ่มใหญ่วัย 40 คิดอะไรในใจ... ไม่มี... ไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น คืนสุดท้ายเขาตั้งใจขายเป็นพิเศษ พร้อมบอกลูกค้าประจำว่าวันนี้วันสุดท้ายแล้วนะครับ จะแถมให้ขายไปแบบไม่ขนกลับกันเลยทีเดียว

ค่ำคืนนั้นชายชราหนุ่มใหญ่วัย 40 นั่งคิดนอนคิด เงินพอมีเก็บบ้าง แต่เด็กต้องกินต้องใช้ทุกวัน ไหนจะค่าเทอม ค่าเรียนอีก เราไม่สามารถหยุดทำงานได้ จะทำยังไงดี ถึงแม้บ้านหลังนี้จะไม่ใหญ่มาก เป้นทาวน์เฮาส์เล็ก ๆ แต่ก็ผ่อนจนหมดแล้ว ถ้าขายอาจได้เงินมาทำร้านเล็ก ๆ ซักร้านนึง ใช่! ชายชราหนุ่มใหญ่วัย 40 ปรึกษาภรรยา แล้วบอกว่า เขาจะขายบ้าน ไปเซ้งตึกแถว แล้วอาศัยอยู่ชั้นบนแทน หลังจากนี้เราจะมีบ้านเป็นร้าน และมีร้านเป็นบ้าน...

ใช่แล้ว...ต่อให้โชคชะตาจะเล่นตลกกับชีวิตเรามากซักแค่ไหน ขอเพียงเรามีสมองและสองมือ เราก็สามารถต่อสู้กับมันได้ ไอ้โชคชะตาบ้าบอ มันไม่สามารถทำร้ายเราได้ ถ้าเราเข้มแข็งพอ กลับกัน มันจะเป็นแรงผลักดันให้เราพลิกชีวิตของเราเอง ขอแค่ครั้งเดียวเท่านั้น

พ่อ...

เสียงเรียกจากชายหนุ่มด้านหน้าดังขึ้น

อ่อ มาแล้วเหรอลูก

พ่อทำไมขึ้นรถไฟล่ะ ไปเครื่องบินดีกว่า

ไม่ล่ะ. แกพาลูกกับเมียแกไปเถอะ พ่ออยากนั่งรถไฟรำลึกความหลังซักหน่อย เดี๋ยวเจอกันที่บ้านย่าพรุ่งนี้

จบคำของชายชรา วันหกสิบกว่า ๆ คู่หญิงชาย ซึ่งก็คือ ลูกชายกับสะใภ้และหลานตัวเล็ก ๆ ก็เดินจากไป

ชายชราล้วงมือเข้าไปในย่าม หยิบใบจากขึ้นมาพร้อมยาเส้น แล้วลุกขึ้น มองหาป้าย ที่อนุญาตให้สูบบุหรี่...

Wednesday, October 5, 2022

กำเนิด Bitcoin ความลับที่ไม่มีใครรู้

 บทความตัวอย่าง
(บทความนี้เป็นเรื่องแต่ง 100% ไม่มีความจริงเจือปน)

หากเอ่ยถึง คริปโตเคอเรนซี่ย์ สกุลเงินดิจิตอลที่ถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกอินเตอร์เน็ต จากบุคคลนิรนาม นามว่า(นิรนาม แปลว่า ไม่มีนามนี่นา) ซาโตชิ นากาโมโตะ (Satoshi Nakamoto) ในปี 2008 เอาล่ะ บล็อกนี้คงจะไม่เล่าเรื่องราวเหล่านั้นเพราะมันหาอ่านได้ทั่วไปในอินเทอร์เน็ตนั่นเอง

ไอเดียในการกำเนิดเกิดขึ้นมาของบิทคอยน์ มาจากเว็บบิท นี่ไง การเชื่อมโยงของมัน บิททอเรนท์นั่นเอง การแชร์ไฟล์ ด้วยการย่อยข้อมูลออกเป็นส่วน ๆ ถ้าให้พูดถึงการทำงานของมันก็จะยาวอีก วันนี้ผมจะพาท่านผู้อ่าน ลงลึกเข้าสู่จิตใจของ นายนามแฝงซาโตชิผู้ลึกลับคนนี้เอง

        วันหนึ่งขณะที่นาย Satoshi กำลังสาละวนอยู่กับเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ ในออฟฟิศที่มีโปรแกรมเมอร์ระดับหัวกะทิของโลกทำงานอยู่ ซึ่งมันไม่ยอมชงเมนู กาแฟดำ ธรรมดา ๆ นี่แหละออกมาให้ ซึ่งในสมัยนั้นปี 2008 เครื่องทำกาแฟอัตโนมัติอย่างหรู ก็ยังต้องใส่ผงกาแฟเอง นาย Satoshi ผู้เป็นอัจฉริยะ วัยหนุ่มผู้ไม่ยอมแพ้ต่อการแก้ปัญหา ยังต้องโทรตามช่างที่คอยซัพพอร์ตเครื่องชงกาแฟหลักล้าน จากสำนักงานใหญ่ลงมาดู "สวัสดีครับ ผมมาจากสำนักงานใหญ่ คอฟฟี่ แมทชีน เซมิออโต้ ครับ" นาย Satoshi เล่าปัญหาให้ช่างฟัง ก่อนพาเดินไปดูเครื่องที่นอนสงบนึ่ง ทำหน้ามึนอยู่บนโต๊ะกาแฟ ด้วยความชำนาญของช่าง ผู้ผ่านประสบการณ์ ซ่อมเครื่องชงกาแฟมานาน พี่ช่างแกเดินมาถึง เอานิ้วจิ้มไปที่สวิทช์ on/off ค้างไว้ เสร็จแล้วหลับตาทำปากพึมพัม ประมาณ 10 วินาที หลังจากนั้นแกเดินอ้อมไปทางหลังเครื่อง แล้วสอบถามว่าคนที่ใช้เครื่องคนสุดท้ายเป็นใคร นาย Satoshi บอกว่าไม่แน่ใจเพราะเรากินกาแฟกันตลอดเวลา 24 Hrs. นายช่างพยักหน้า แล้วพูดขึ้นมาว่า สงสัยมีคนเดินเตะ ว่าแล้วก็ก้มลงไปหยิบปลั๊กเสียบเข้าไปที่เต้า เครื่องก็ติดขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์

        เมื่อเหตุการณ์ผ่านไปได้ 1 สัปดาห์ นาย Satoshi ผู้อัจฉริยะ รู้สึกอับอายขายขี้หน้า ด้วยสาเหตุแห่งการไม่ทำงานของเครื่องจักร เค้าจึงคิดว่าฉันต้องทำอย่างไร จึงจะกู้ศักดิ์ศรีคืนมา ในขณะที่กำลังชงกาแฟดำอยู่หน้าเครื่องชงกาแฟ เค้ากดปุ่มที่เขียนว่า "ชง" เครื่องก็ไม่ทำงาน อีกแล้ว ....!?! แน่ล่ะ เค้าไม่ได้ร้อนรนเหมือนครั้งก่อน อัจฉริยะอย่างเค้า มีรึจะไม่รู้ว่าซ่อมอย่างไร เค้าหันมองซ้าย มองขวา มีคนยืนรอต่อคิวชงกาแฟอยู่ 2-3 คน เค้าคิดในใจ เอาล่ะได้เวลากู้หน้าคืนแล้ว นาย Satoshi เดินไปหยุดหน้าเครื่อง เอานิ้วจิ้มปุ่ม on/off แล้วหลับตาพลางคิดในใจ เอ! เค้าทำปากพึมพำ กำลังคิดเรื่องอะไรอยู่นะ หรือต้องท่องว่าอะไรดีนะ เครื่องถึงจะใช้งานได้ ผ่านไปเพียง 1 วินาที เครื่องก็เปิดขึ้นมา เค้าหันไปมองคนยืนต่อคิว เพื่อดูแววตาแห่งความชื่นชม ทำไมนะแววตาว่างเปล่าเหล่านั้นคืออะไร แน่ล่ะ ยังเหลือสิ่งอัศจรรย์อยู่สินะ เค้าเดินไปที่หลังเครื่อง หันมาถามเพื่อนพนักงานว่า ใครเป็นคนใช้เครื่องคนสุดท้ายครับ แน่ล่ะ ไม่มีใครู้หรอก เค้าก็ตะโกนขึ้นมาด้วยเสียงอันดังว่า สงสัยมีคนเดินเตะ ว่าแล้วก็ก้มลงไปดึงปลั๊กออกจากเต้าเสียบ 

    หลังจากลาออกจากงาน(เค้าบอกว่าลาออก) เดินเตะฝุ่นอยู่ได้ 3 เดือน บริษัทแห่งใหม่ ก็เรียกเข้าไปทดลองงาน ในวันแรกที่เข้าไปเป็นพนักงานฝึกหัด นาย Satoshi ก็ได้รับหน้าที่ให้ ชงกาแฟ ให้กับรุ่นพี่ ๆ ในออฟฟิศ แต่ออฟฟิศนี้ ไม่มีเครื่องชงกาแฟ มีเพียงไมโครเวฟ และกาแฟสำเร็จรูปแบบ 3 in 1 เท่านั้น นาย Satoshi รู้สึกสบายใจมาก หากแต่ไมโครเวฟ รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ต้องตั้งเวลา และอุณหภูมิด้วยวิธีการแบบ มือหมุน ไม่ได้อัตโนมัติเหมือนไมโครเวฟรุ่นใหม่ ๆ ที่กดตั้งเวลา นาย Satoshi จึงปรึกษากับหัวหน้างานว่ามันใช้งานอย่างไร หัวหน้าได้สอนว่า เตาไมโครเวฟ รุ่นนี้ ใช้วิธี บิด แล้ว คอย จะตั้งเวลาและอุณหภูมิ ตามความต้องการได้เลย นาย Satoshi จึงจำไว้เพียงสั้น ๆ ว่า บิดคอย นั่นเอง

    ผ่านไป 3 ปี หลังจากเหตุการณ์นี้ บิทคอยน์จึงถือกำเนิดขึ้นบนโลกอินเทอร์เน็ต และเปลี่ยนแปลงโลกนี้ไปพอสมควร ดังนั้นจงสดุดี Satoshi Nakamoto สวัสดีครับ...


บทความนี้แต่งขึ้นเพื่อเป็นตัวอย่างในการจ้างงานเท่านั้น

ห้ามก็อปปี้ นำไปใช้ในเชิงธุรกิจใด ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาต


Monday, August 29, 2016

W สุดยอดซีรี่ย์เกาหลี แห่งปี 2016


"เนื้อเรื่องดำเนินรวดเร็ว ตื่นเต้น คาดเดาไม่ได้" นี่เป็นคำนิยามที่ผมคิดว่า สุด แล้วสำหรับซีรี่ย์เรื่องนี้
แหม แฟน ๆ ซีรี่ย์เรื่อง Descendant of the sun อาจจะมีเคือง แต่สำหรับผม นักเสพซีรีย์ตัวยง ผมยกให้เรื่องนี้ เดอะเบสต์ของปีนี้เลย

ทำไม W จึงดีกว่า Descendant of the sun ทั้ง ๆ ที่เรทติ้งทำลายสถิติกระจุยกระจาย ตามความเห็นผมละครของจุงกิ ใช้รูปแบบเดิม ๆ ในการนำเสนอ นั่นคือละครรักโรแมนซ์ และใช้จุงกิเป็นตัวดึงผู้ชม แต่กลับกัน W เป็นละครแฟนตาซีที่สร้างความประหลาดใจไม่น้อย

ความสนุกของนวนิยายประเภทแฟนตาซี อันนึงก็คือ ความเหนือธรรมชาติซึ่ง W ทำได้ดีมากในการผนวกโลกแห่งการ์ตูนกับความจริงได้อย่างกลมกลืนและแยบคายจริง ๆ ใครจะไปเชื่อว่านางเอกจะเข้าไปอยู่ในโลกการ์ตูน แล้วพระเอกจะมองโลกของตัวเองแตกต่างไป โลกที่ไม่สมเหตุสมผล แล้วตัวร้ายที่ไม่ได้มีอยู่จริงตั้งแต่แรก

จากการวิเคราะห์โดยส่วนตัวแล้ว สิ่งที่ทำให้ W ไม่เปรี้ยงเหมือน Dots ก็คือช่วงเวลาออกอากาศ ที่ชนเข้าอย่างจังเบ้อเร่อกับการถ่ายทอดกีฬาโอลิมปิก แถมยังมีคู่แข่งคนสำคัญมาดึงเรทติ้ง อย่างเรื่อง Uncontrollably fond ที่ออกอากาศพร้อมกัน

อย่างไรก็ดี หากคุณชอบละครแนวแฟนตาซี ผมแนะนำ W ไว้ในดวงใจ อย่าลืมหามาชมให้ได้นะครับ

รีวิวหนังสือน่าอ่าน : การตลาดขั้นเทพ

Motivation Marketing

เครดิต www.naiin.com

หนังสือสำหรับคนที่ไม่ใช่นักการตลาด! ทำไมผมจึงพูดแบบนั้น เพราะว่าการตลาดที่เรียน ๆ กันอยู่ในเมืองไทยนั้น ใคร ๆ ก็เรียนกัน และมันธรรมดามาก.

พูดอย่างนี้มันดูถูกนักการตลาดเมืองไทยใช่มั๊ย! ไม่ใช่ครับอย่าเพิ่งด่าผม นักการตลาดเมืองไทยเก่งอยู่แล้ว แต่การตลาดมันพลิกแพลงตลอดเวลานะ คุณเชื่อมั๊ย?

ก่อนจะเข้าเรื่อง คงต้องอธิบายก่อนว่า การตลาด คืออะไร มีใครทราบมั๊ยครับ ถ้าคุณบอกว่าการตลาดคือการขาย แสดงว่าคุณอาจจะเข้าใจผิดไปหน่อยนึง การตลาด คือ วิธีการดำเนินการทุกรูปแบบเพื่อส่งเสริมให้ผู้บริโภครู้จัก สนใจ หรือแม้กระทั่งควักเงินซื้อสินค้าหรือบริการของเรา ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ถังขยะหน้าเซเว่น กระดาษทิชชู่ในห้องน้ำ หรือแม้กระทั่ง สนามเด็กเล่นในห้าง เชื่อรึยังครับว่าการตลาดมันหลากหลายช่องทางจริง ๆ

สมัยเด็ก ๆ ผมเติบโตใน ตจว. เวลานั่งรถไปโรงเรียนจะได้ยินโฆษณาผ่านวิทยุ AM ที่ส่งเสียงมาจาก กทม. ยาธาตุ ยาอม ถ่านไฟฉาย สารพัด แต่มีอันนึงที่จำขึ้นใจได้จนทุกวันนี้ คือการทำเพลง "คุมกำเนิด" ผมเรียกว่าอย่างนั้นจริง ๆ เนื่อร้องประมาณว่า "ลูกมากจะยากจน เลี้ยงดูแต่ละคนเหนื่อยอ่อนใจ กว่าลูกน้อยจะเติบใหญ่ หาได้เท่าไหร่คงใช้ไม่พอ" ประมาณนี้ ผมไม่ได้หาข้อมูลเพิ่มเติมว่าทำไมช่วงเวลานั้น รัฐจึงรณรงค์ให้มีลูกน้อย ๆ จนทุกวันนี้ก็ไม่ได้คิดว่าจะสืบค้นต่อ แต่ที่ผมเชื่อว่าได้ผล เพราะอะไรรู้มั๊ยครับ คนรุ่นผมทุกวันนี้ มีลูกอย่างมากแค่ 2 คน นี่แค่ส่วนน้อยนะครับ ส่วนมากยังไม่แต่งานด้วยซ้ำ ทั้ง ๆ ที่อายุก็จะหลักสี่กันหมดแล้ว

ลองคิดดูว่าทุกวันนี้รูปแบบการตลาดเหมือนเดิมมั๊ยครับ ไม่นะครับ ไม่เหมือนเดิมอย่างแน่นอน แน่ล่ะ สื่อบางประเภทได้รับความนิยมน้อยลง อย่างสื่อสิ่งพิมพ์ที่ทุกวันนี้ร้านหนังสือปิดตัวลงอย่างน่าใจหาย ดีที่ผมคว้าหนังสือเล่มนี้มาได้ก่อน เอาล่ะ ผมจะเล่าให้อ่านว่า เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ดียังไง ทำไมนักการตลาดมือใหม่ หรือคนที่ไม่ใช่นักการตลาดควรอ่าน

อันดับแรกเลย ผู้เขียนเป็นลูกศิษย์คนสำคัญคนนึงของ แอนโทนี่ รอบบิ้น สุดยอดนักพูดเกี่ยวกับการพัฒนาตนเอง แค่ชื่ออาจารย์ก็ขายได้แล้ว

อันดับต่อมา ผู้เขียนได้แบ่งประเภทการกระตุ้นอารมณ์ออกเป็น 5 แบบ คือ ความกลัว ความรัก ของถูกและฟรี การได้เงินโดยไม่ต้องใช้ความพยายาม และการทำให้ฝันเป็นจริง 

ผู้เขียนนำเสนอตัวอย่างการใช้แรงกระตุ้นอารมณ์ทางการตลาดต่าง ๆ เท่าที่พอยกตัวอย่างได้ เช่น ความกลัว ถ้าคุณคิดจะขายถังดับเพลิง คุณจะกระตุ้นความกลัวลูกค้าคุณได้อย่างไร ถ้าพูดแค่ว่าป้องกันบ้านคุณไฟไหม้มันไม่เป็นผลแน่นอน เพราะมันเป็นเรื่องไกลตัวมาก ๆ แต่เราสามารถยกเหตุการณ์สำคัญ ๆ เช่น ไฟไหม้ ซานติก้าผับ เพราะเป็นข่าวใหญ่ เราสัมภาษณ์ผู้ประสบเหตุ หรือญาติ แล้วนำเสนอในรูปแบบที่กระตุ้นอารมณ์ได้ แน่ล่ะ มันโหดร้ายมาก และมันเป็นการตลาดที่ทำร้ายจิตใจเหลือเกิน ดังนั้นนี่เป็นตัวอย่างที่ไม่แนะนำให้ทำอย่างยิ่งนะครับ

นอกจากนี้หนังสือยังสอนเกี่ยวกับการทำการตลาดผ่าน จดหมายไปรษณีย์ โทรทัศน์ วิทยุ และที่สำคัญ ผ่านเว็บไซต์ ผมเชื่อเหลือเกินว่า นี่เป็นหนังสือเล่มแรกที่ นักการตลาดยุคนี้ควรอ่าน
เอาไป ห้าดาว*****