Monday, August 29, 2016

รีวิวหนังสือน่าอ่าน : การตลาดขั้นเทพ

Motivation Marketing

เครดิต www.naiin.com

หนังสือสำหรับคนที่ไม่ใช่นักการตลาด! ทำไมผมจึงพูดแบบนั้น เพราะว่าการตลาดที่เรียน ๆ กันอยู่ในเมืองไทยนั้น ใคร ๆ ก็เรียนกัน และมันธรรมดามาก.

พูดอย่างนี้มันดูถูกนักการตลาดเมืองไทยใช่มั๊ย! ไม่ใช่ครับอย่าเพิ่งด่าผม นักการตลาดเมืองไทยเก่งอยู่แล้ว แต่การตลาดมันพลิกแพลงตลอดเวลานะ คุณเชื่อมั๊ย?

ก่อนจะเข้าเรื่อง คงต้องอธิบายก่อนว่า การตลาด คืออะไร มีใครทราบมั๊ยครับ ถ้าคุณบอกว่าการตลาดคือการขาย แสดงว่าคุณอาจจะเข้าใจผิดไปหน่อยนึง การตลาด คือ วิธีการดำเนินการทุกรูปแบบเพื่อส่งเสริมให้ผู้บริโภครู้จัก สนใจ หรือแม้กระทั่งควักเงินซื้อสินค้าหรือบริการของเรา ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ถังขยะหน้าเซเว่น กระดาษทิชชู่ในห้องน้ำ หรือแม้กระทั่ง สนามเด็กเล่นในห้าง เชื่อรึยังครับว่าการตลาดมันหลากหลายช่องทางจริง ๆ

สมัยเด็ก ๆ ผมเติบโตใน ตจว. เวลานั่งรถไปโรงเรียนจะได้ยินโฆษณาผ่านวิทยุ AM ที่ส่งเสียงมาจาก กทม. ยาธาตุ ยาอม ถ่านไฟฉาย สารพัด แต่มีอันนึงที่จำขึ้นใจได้จนทุกวันนี้ คือการทำเพลง "คุมกำเนิด" ผมเรียกว่าอย่างนั้นจริง ๆ เนื่อร้องประมาณว่า "ลูกมากจะยากจน เลี้ยงดูแต่ละคนเหนื่อยอ่อนใจ กว่าลูกน้อยจะเติบใหญ่ หาได้เท่าไหร่คงใช้ไม่พอ" ประมาณนี้ ผมไม่ได้หาข้อมูลเพิ่มเติมว่าทำไมช่วงเวลานั้น รัฐจึงรณรงค์ให้มีลูกน้อย ๆ จนทุกวันนี้ก็ไม่ได้คิดว่าจะสืบค้นต่อ แต่ที่ผมเชื่อว่าได้ผล เพราะอะไรรู้มั๊ยครับ คนรุ่นผมทุกวันนี้ มีลูกอย่างมากแค่ 2 คน นี่แค่ส่วนน้อยนะครับ ส่วนมากยังไม่แต่งานด้วยซ้ำ ทั้ง ๆ ที่อายุก็จะหลักสี่กันหมดแล้ว

ลองคิดดูว่าทุกวันนี้รูปแบบการตลาดเหมือนเดิมมั๊ยครับ ไม่นะครับ ไม่เหมือนเดิมอย่างแน่นอน แน่ล่ะ สื่อบางประเภทได้รับความนิยมน้อยลง อย่างสื่อสิ่งพิมพ์ที่ทุกวันนี้ร้านหนังสือปิดตัวลงอย่างน่าใจหาย ดีที่ผมคว้าหนังสือเล่มนี้มาได้ก่อน เอาล่ะ ผมจะเล่าให้อ่านว่า เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ดียังไง ทำไมนักการตลาดมือใหม่ หรือคนที่ไม่ใช่นักการตลาดควรอ่าน

อันดับแรกเลย ผู้เขียนเป็นลูกศิษย์คนสำคัญคนนึงของ แอนโทนี่ รอบบิ้น สุดยอดนักพูดเกี่ยวกับการพัฒนาตนเอง แค่ชื่ออาจารย์ก็ขายได้แล้ว

อันดับต่อมา ผู้เขียนได้แบ่งประเภทการกระตุ้นอารมณ์ออกเป็น 5 แบบ คือ ความกลัว ความรัก ของถูกและฟรี การได้เงินโดยไม่ต้องใช้ความพยายาม และการทำให้ฝันเป็นจริง 

ผู้เขียนนำเสนอตัวอย่างการใช้แรงกระตุ้นอารมณ์ทางการตลาดต่าง ๆ เท่าที่พอยกตัวอย่างได้ เช่น ความกลัว ถ้าคุณคิดจะขายถังดับเพลิง คุณจะกระตุ้นความกลัวลูกค้าคุณได้อย่างไร ถ้าพูดแค่ว่าป้องกันบ้านคุณไฟไหม้มันไม่เป็นผลแน่นอน เพราะมันเป็นเรื่องไกลตัวมาก ๆ แต่เราสามารถยกเหตุการณ์สำคัญ ๆ เช่น ไฟไหม้ ซานติก้าผับ เพราะเป็นข่าวใหญ่ เราสัมภาษณ์ผู้ประสบเหตุ หรือญาติ แล้วนำเสนอในรูปแบบที่กระตุ้นอารมณ์ได้ แน่ล่ะ มันโหดร้ายมาก และมันเป็นการตลาดที่ทำร้ายจิตใจเหลือเกิน ดังนั้นนี่เป็นตัวอย่างที่ไม่แนะนำให้ทำอย่างยิ่งนะครับ

นอกจากนี้หนังสือยังสอนเกี่ยวกับการทำการตลาดผ่าน จดหมายไปรษณีย์ โทรทัศน์ วิทยุ และที่สำคัญ ผ่านเว็บไซต์ ผมเชื่อเหลือเกินว่า นี่เป็นหนังสือเล่มแรกที่ นักการตลาดยุคนี้ควรอ่าน
เอาไป ห้าดาว*****

No comments:

Post a Comment