Monday, December 4, 2023

หากวันนี้คุณกำลังท้อแท้ กรุณาอ่านบทความนี้ !

 

ท้อมีไว้ให้ลิงถือ


ยากนะ ที่จะนิยามคำว่าท้อแท้ออกมาเป็นคำพูดสักหนึ่งคำ บางคนท้อเรื่องความรัก บางคนท้อเรื่องการเรียน บางคนท้อเรื่องฐานะการเงิน บางคนท้อเรื่องสุขภาพ และยังมีอีกหลายท้อ 

วันนี้ผมนำภาพลูกท้อขึ้นมา 1 ภาพ แทนความรู้สึกท้อแท้ ความรู้สึกนี้หากเกิดกับใครย่อมหมายถึงว่า เค้าคนนั้นกำลังหมดแรงกับสิ่งนั้น ๆ 

เอาล่ะผมจะพยายามปลุกคุณขึ้นมากจากความท้อแท้ ด้วยการไม่เจาะจงว่าคุณกำลังท้อแท้กับเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นพิเศษ ผมกำลังนำทางคุณไปสู่ประตูทางออกจากความท้อแท้นี้ เพียงคุณหลับตาลง (เดี๋ยว ๆ ลืมตาก่อน คุณต้องอ่านสินะ) 

ผมมีเรื่องนึงจะเล่าให้คุณฟัง กรุณาปล่อยใจให้สบาย ไม่ต้องสงสัย ไม่ต้องตั้งคำถาม แค่ปล่อยใจไปกับเรื่องราวนี้ แล้วคิดทบทวนดู

                ชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่ที่ชานชลารอรถไฟเพื่อกลับบ้านเกิดทางภาคเหนือหลังจากมาผจญภัยในเมืองใหญ่ร่วมห้าสิบปี เขาสวมเสื้อผ้าเก่า ๆ พร้อมกระเป๋าย่าม 1 ใบที่ภายในมีเพียงซองใบจากและยาเส้น กับไม้ขีดไฟกล่องหนึ่งเท่านั้น หลังจากการเดินทางมาค่อนชีวิต เขานั่งคิดทบทวน

วันนี้เค้ามีเงินเพียงพอค่ารถไฟกลับบ้านเกิดและอาหารเพียงนิดหน่อยเท่านั้น สุขภาพก็ย่ำแย่ร่างกายอ่อนแอเพราะทำงานหนักมาค่อนชีวิต ทำไม? ทำไม? ทำไม? คำถามมากมายเกิดขึ้นในหัว

หนุ่มสาวคู่หนึ่ง อ้มลูกน้อยวัยไม่ถึง 6 เดือน เดินผ่านมาหยุดตรงด้านหน้า ทำให้ชายชราหวนคิดไปว่า เมื่อตอนสมัยเด็ก บ้านเกิดของเขานั้นลำบากมาก บ้านบนดอยไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปา อาหารที่ดีที่สุดอยู่ที่โรงเรียนตอนมื้อกลางวัน ซึ่งกว่าจะกลับถึงบ้านก็หิวอีกแล้ว เพราะระยะทางจากบ้านและโรงเรียนไกลมาก เขาจึงขวนขวายส่งตัวเองมาทำงานต่างบ้านต่างเมืองตั้งแต่เรียนจบแค่ ป.4 หาเงินได้เท่าไหร่ก็ส่งกลับมาที่บ้าน ให้น้อง ๆ และพ่อกับแม่ได้ใช้ หลังจากทำงานกับเถ้าแก่ร้านอาหารตั้งแต่ตัวน้อย ๆ จนเข้าสู่วัยหนุ่ม เค้าก็สามารถเก็บเงินซื้อบ้านและที่ดินในเมืองให้พ่อกับแม่ได้อยู่อาศัย น้อง ๆ ก็แยกย้ายกันออกไปตามทางของแต่ละคน แต่ก็ยังมีวันรวมญาติ กลับมาพบหน้ากันปีละครั้ง

ครั้นเมื่อเขาเข้าสู่วัยหนุ่ม ก็ได้พบรักกับหญิงสาวลูกจ้างร้านขายอะไหล่เชียงกง ไปมาหาสู่กันหลายปี แต่ก็ไม่สมหวังในความรักเพราะพ่อแม่ของเธอบังคับให้เธอกลับบ้านทางอีสาน เพื่อไปแต่งงานกับผู้ชายในหมู่บ้าน 

ชายชรานั่งนึกถึงความหลัง พร้อมทอดถอนใจ มือล้วงเข้าไปในย่ามหยิบยาสูบขึ้นมาพลันนึกขึ้นได้ว่า สถานที่แห่งนี้ไม่อนุญาตให้สูบบุรี่ จึงวางกลับที่เดิม

กาลเวลาผ่านไปปีแล้วปีเล่า จากวัยหนุ่มขึ้นเป็นวัยผู้ใหญ่ หลังจากดูแลรับใช้เถ้าแก่จากเด็กรับใช้ในร้านอาหาร ขยับไปเป็นคนซื้อวัตถุดิบ ขยับเข้าไปเป็นผู้ช่วยพ่อครัว จนได้เป็นพ่อครัวใหญ่ วันหนึ่งเค้าตัดสินใจอยากจะเปิดร้านอาหารเองขึ้นมา หลังจากเถ้าแก่ไม่อยู่แล้ว แต่ลูกชายของเถ้าแก่ก็บ่นเสียดายเพราะอยู่กันมานาน

หลังจากออกมาทำธุรกิจของตัวเอง ชายชราเริ่มต้นจากรถเข็นขายอาาหารจีน กระเพาะปลา หูฉลาม อาศัยเส้นสายเก่า ๆ สมัยเดินสายซื้อวัตถุดิบ ก็ได้ของดีมาทำขายในราคาไม่แพงเกินไปนัก บางครั้งก็ติดโป้งไว้ก่อนขายได้แล้วค่อยเอาเงินมาจ่าย ในทำเลดี ๆ ริมถนนเยาวราช กิจการของชายชราดำเนินไปได้ด้วยดีจากการบอกปากต่อปากของลูกค้า ชายชราเริ่มเก็บเงินได้เป็นจำนวนมาก

ในขณะที่กิจการกำลังไปได้สวย ชายชราเริ่มคิดถึงการขยายร้านค้า ประจวบเหมาะกับที่บริเวณนั้นมีห้องแถวว่างให้เช่าพอดี ชายชราวัยหนุ่มจึงรวบรวมเงินทั้งหมด เช่าห้องแถว เพื่อหวังมีหน้าร้านสำหรับขายอาหารจีน กิจการเริ่มดีต่อเนื่อง ชายชราวัยหนุ่มเริ่มเก็บเงินได้เป็นกอบเป็นกำ แต่อนิจจา หลังสร้างชื่อเสียงให้ร้านได้เพียง 3 ปี กิจการดีวันดีคืน เจ้าของห้องเช่า ไม่ต่อสัญญา แถมบังคับออกภายใน 3 วัน เท่านั้นยังไม่พอ ยังสวมรอยชื่อร้าน เปิดกิจการต่อหน้าตาเฉย ยึดธุรกิจไปต่อหน้าต่อตา

ชายชราวัยหนุ่มใหญ่ อายุ 35 ปีกำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ดี แต่โชคชะตากลับเล่นตลก ด้วยความสามารถในการปรุงอาหารและการเลือกสรรวัตถุดิบ อันเป็นพรแสวงมาตั้งแต่สมัยเป็นลูกจ้างเถ้าแก่ร้านอาหาร กดกลืนความเสียใจลงสู่ซอกหลืบแห่งห้วงหัวใจอันสุดหยั่ง ลากรถเข็นคู่ใจกลับมาบุกตลาดอีกครั้ง เงินเก็บที่มีนั้นเพียงพอให้ชายชราวัยหนุ่มใหญ่ ใช้ชีวิตโดยไม่ต้องทำงานไปอีก 2-3 ปีได้สบาย ๆ แต่ ทำไมล่ะ ในเมื่อโชคชะตากลั่นแกล้ง เดี๋ยวเราจะแสดงให้ดู ชายชราวัยหนุ่มใหญ่พูดพร้อมเงยหน้ามองท้องฟ้า เหมือนกำลังมองดูหน้าไอ้คนใจร้ายที่เป็นต้นตอแห่งโชคชะตาอันเลวร้ายของตน

หลังตรากตรำเข็นรถเข็นขายอาหารจีน (เหมือนเดิม) อยู่ได้อีก 5 ปี ระหว่างนี้ชายชราวัยหนุ่มใหญ่ก็ได้สร้างครอบครัวเล็ก ๆ อันประกอบด้วย ภรรยาสาวสวย พร้อมลูกชายและลูกสาวอีก 2 คน ในระหว่างที่ครอบครัวกำลังมีความสุข ร้านอาหารริมถนนก็ดี ภรรยาก็ดี ลูกก็เป็นเด็กดี ทันใดนั้น เจ้าแห่งโชคชะตาก็แวะเวียนกลับมาอีกครั้งในรูปแบบของ จนท.เทศกิจ "น้าครับ ต่อไปนี้ทางเขต ไม่อนุญาตให้ทำมาหารับประทานบนทางเท้าแล้วนะครับ วันนี้วันสุดท้ายพรุ่งนี้ คำสั่งมีผลแล้วครับ" ชายชราวหนุ่มใหญ่วัย 40 หูอื้อตาลาย หันไปมองหน้าลูกและเมีย ก่อนหันไปดูร้านเก่าที่ถูกฮุบไปหน้าด้าน ๆ อีกฝั่งของถนน เจ้าของร้านขับรถยุโรปคันใหญ่มาจอดหน้าร้าน ตะโกนเรียกลูกน้องมาสั่ง 2-3 คำแล้วก็ขับออกไป ชายชราหนุ่มใหญ่วัย 40 คิดอะไรในใจ... ไม่มี... ไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น คืนสุดท้ายเขาตั้งใจขายเป็นพิเศษ พร้อมบอกลูกค้าประจำว่าวันนี้วันสุดท้ายแล้วนะครับ จะแถมให้ขายไปแบบไม่ขนกลับกันเลยทีเดียว

ค่ำคืนนั้นชายชราหนุ่มใหญ่วัย 40 นั่งคิดนอนคิด เงินพอมีเก็บบ้าง แต่เด็กต้องกินต้องใช้ทุกวัน ไหนจะค่าเทอม ค่าเรียนอีก เราไม่สามารถหยุดทำงานได้ จะทำยังไงดี ถึงแม้บ้านหลังนี้จะไม่ใหญ่มาก เป้นทาวน์เฮาส์เล็ก ๆ แต่ก็ผ่อนจนหมดแล้ว ถ้าขายอาจได้เงินมาทำร้านเล็ก ๆ ซักร้านนึง ใช่! ชายชราหนุ่มใหญ่วัย 40 ปรึกษาภรรยา แล้วบอกว่า เขาจะขายบ้าน ไปเซ้งตึกแถว แล้วอาศัยอยู่ชั้นบนแทน หลังจากนี้เราจะมีบ้านเป็นร้าน และมีร้านเป็นบ้าน...

ใช่แล้ว...ต่อให้โชคชะตาจะเล่นตลกกับชีวิตเรามากซักแค่ไหน ขอเพียงเรามีสมองและสองมือ เราก็สามารถต่อสู้กับมันได้ ไอ้โชคชะตาบ้าบอ มันไม่สามารถทำร้ายเราได้ ถ้าเราเข้มแข็งพอ กลับกัน มันจะเป็นแรงผลักดันให้เราพลิกชีวิตของเราเอง ขอแค่ครั้งเดียวเท่านั้น

พ่อ...

เสียงเรียกจากชายหนุ่มด้านหน้าดังขึ้น

อ่อ มาแล้วเหรอลูก

พ่อทำไมขึ้นรถไฟล่ะ ไปเครื่องบินดีกว่า

ไม่ล่ะ. แกพาลูกกับเมียแกไปเถอะ พ่ออยากนั่งรถไฟรำลึกความหลังซักหน่อย เดี๋ยวเจอกันที่บ้านย่าพรุ่งนี้

จบคำของชายชรา วันหกสิบกว่า ๆ คู่หญิงชาย ซึ่งก็คือ ลูกชายกับสะใภ้และหลานตัวเล็ก ๆ ก็เดินจากไป

ชายชราล้วงมือเข้าไปในย่าม หยิบใบจากขึ้นมาพร้อมยาเส้น แล้วลุกขึ้น มองหาป้าย ที่อนุญาตให้สูบบุหรี่...