Wednesday, October 5, 2022

กำเนิด Bitcoin ความลับที่ไม่มีใครรู้

 บทความตัวอย่าง
(บทความนี้เป็นเรื่องแต่ง 100% ไม่มีความจริงเจือปน)

หากเอ่ยถึง คริปโตเคอเรนซี่ย์ สกุลเงินดิจิตอลที่ถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกอินเตอร์เน็ต จากบุคคลนิรนาม นามว่า(นิรนาม แปลว่า ไม่มีนามนี่นา) ซาโตชิ นากาโมโตะ (Satoshi Nakamoto) ในปี 2008 เอาล่ะ บล็อกนี้คงจะไม่เล่าเรื่องราวเหล่านั้นเพราะมันหาอ่านได้ทั่วไปในอินเทอร์เน็ตนั่นเอง

ไอเดียในการกำเนิดเกิดขึ้นมาของบิทคอยน์ มาจากเว็บบิท นี่ไง การเชื่อมโยงของมัน บิททอเรนท์นั่นเอง การแชร์ไฟล์ ด้วยการย่อยข้อมูลออกเป็นส่วน ๆ ถ้าให้พูดถึงการทำงานของมันก็จะยาวอีก วันนี้ผมจะพาท่านผู้อ่าน ลงลึกเข้าสู่จิตใจของ นายนามแฝงซาโตชิผู้ลึกลับคนนี้เอง

        วันหนึ่งขณะที่นาย Satoshi กำลังสาละวนอยู่กับเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ ในออฟฟิศที่มีโปรแกรมเมอร์ระดับหัวกะทิของโลกทำงานอยู่ ซึ่งมันไม่ยอมชงเมนู กาแฟดำ ธรรมดา ๆ นี่แหละออกมาให้ ซึ่งในสมัยนั้นปี 2008 เครื่องทำกาแฟอัตโนมัติอย่างหรู ก็ยังต้องใส่ผงกาแฟเอง นาย Satoshi ผู้เป็นอัจฉริยะ วัยหนุ่มผู้ไม่ยอมแพ้ต่อการแก้ปัญหา ยังต้องโทรตามช่างที่คอยซัพพอร์ตเครื่องชงกาแฟหลักล้าน จากสำนักงานใหญ่ลงมาดู "สวัสดีครับ ผมมาจากสำนักงานใหญ่ คอฟฟี่ แมทชีน เซมิออโต้ ครับ" นาย Satoshi เล่าปัญหาให้ช่างฟัง ก่อนพาเดินไปดูเครื่องที่นอนสงบนึ่ง ทำหน้ามึนอยู่บนโต๊ะกาแฟ ด้วยความชำนาญของช่าง ผู้ผ่านประสบการณ์ ซ่อมเครื่องชงกาแฟมานาน พี่ช่างแกเดินมาถึง เอานิ้วจิ้มไปที่สวิทช์ on/off ค้างไว้ เสร็จแล้วหลับตาทำปากพึมพัม ประมาณ 10 วินาที หลังจากนั้นแกเดินอ้อมไปทางหลังเครื่อง แล้วสอบถามว่าคนที่ใช้เครื่องคนสุดท้ายเป็นใคร นาย Satoshi บอกว่าไม่แน่ใจเพราะเรากินกาแฟกันตลอดเวลา 24 Hrs. นายช่างพยักหน้า แล้วพูดขึ้นมาว่า สงสัยมีคนเดินเตะ ว่าแล้วก็ก้มลงไปหยิบปลั๊กเสียบเข้าไปที่เต้า เครื่องก็ติดขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์

        เมื่อเหตุการณ์ผ่านไปได้ 1 สัปดาห์ นาย Satoshi ผู้อัจฉริยะ รู้สึกอับอายขายขี้หน้า ด้วยสาเหตุแห่งการไม่ทำงานของเครื่องจักร เค้าจึงคิดว่าฉันต้องทำอย่างไร จึงจะกู้ศักดิ์ศรีคืนมา ในขณะที่กำลังชงกาแฟดำอยู่หน้าเครื่องชงกาแฟ เค้ากดปุ่มที่เขียนว่า "ชง" เครื่องก็ไม่ทำงาน อีกแล้ว ....!?! แน่ล่ะ เค้าไม่ได้ร้อนรนเหมือนครั้งก่อน อัจฉริยะอย่างเค้า มีรึจะไม่รู้ว่าซ่อมอย่างไร เค้าหันมองซ้าย มองขวา มีคนยืนรอต่อคิวชงกาแฟอยู่ 2-3 คน เค้าคิดในใจ เอาล่ะได้เวลากู้หน้าคืนแล้ว นาย Satoshi เดินไปหยุดหน้าเครื่อง เอานิ้วจิ้มปุ่ม on/off แล้วหลับตาพลางคิดในใจ เอ! เค้าทำปากพึมพำ กำลังคิดเรื่องอะไรอยู่นะ หรือต้องท่องว่าอะไรดีนะ เครื่องถึงจะใช้งานได้ ผ่านไปเพียง 1 วินาที เครื่องก็เปิดขึ้นมา เค้าหันไปมองคนยืนต่อคิว เพื่อดูแววตาแห่งความชื่นชม ทำไมนะแววตาว่างเปล่าเหล่านั้นคืออะไร แน่ล่ะ ยังเหลือสิ่งอัศจรรย์อยู่สินะ เค้าเดินไปที่หลังเครื่อง หันมาถามเพื่อนพนักงานว่า ใครเป็นคนใช้เครื่องคนสุดท้ายครับ แน่ล่ะ ไม่มีใครู้หรอก เค้าก็ตะโกนขึ้นมาด้วยเสียงอันดังว่า สงสัยมีคนเดินเตะ ว่าแล้วก็ก้มลงไปดึงปลั๊กออกจากเต้าเสียบ 

    หลังจากลาออกจากงาน(เค้าบอกว่าลาออก) เดินเตะฝุ่นอยู่ได้ 3 เดือน บริษัทแห่งใหม่ ก็เรียกเข้าไปทดลองงาน ในวันแรกที่เข้าไปเป็นพนักงานฝึกหัด นาย Satoshi ก็ได้รับหน้าที่ให้ ชงกาแฟ ให้กับรุ่นพี่ ๆ ในออฟฟิศ แต่ออฟฟิศนี้ ไม่มีเครื่องชงกาแฟ มีเพียงไมโครเวฟ และกาแฟสำเร็จรูปแบบ 3 in 1 เท่านั้น นาย Satoshi รู้สึกสบายใจมาก หากแต่ไมโครเวฟ รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ต้องตั้งเวลา และอุณหภูมิด้วยวิธีการแบบ มือหมุน ไม่ได้อัตโนมัติเหมือนไมโครเวฟรุ่นใหม่ ๆ ที่กดตั้งเวลา นาย Satoshi จึงปรึกษากับหัวหน้างานว่ามันใช้งานอย่างไร หัวหน้าได้สอนว่า เตาไมโครเวฟ รุ่นนี้ ใช้วิธี บิด แล้ว คอย จะตั้งเวลาและอุณหภูมิ ตามความต้องการได้เลย นาย Satoshi จึงจำไว้เพียงสั้น ๆ ว่า บิดคอย นั่นเอง

    ผ่านไป 3 ปี หลังจากเหตุการณ์นี้ บิทคอยน์จึงถือกำเนิดขึ้นบนโลกอินเทอร์เน็ต และเปลี่ยนแปลงโลกนี้ไปพอสมควร ดังนั้นจงสดุดี Satoshi Nakamoto สวัสดีครับ...


บทความนี้แต่งขึ้นเพื่อเป็นตัวอย่างในการจ้างงานเท่านั้น

ห้ามก็อปปี้ นำไปใช้ในเชิงธุรกิจใด ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาต


No comments:

Post a Comment